sbo

sbo365.com สรุป 5 สิ่งที่เป็นอุปสรรค์ของ “แมนยู” ในยุคของ “มูรินโญ่” ตอนนี้

sbo365.com
sbo365.com ทำการสรุปเรื่องที่เป็นปัญหาของรัง “ผีแดง” ในสมัยของ มูรินโญ่ คุมทีม
1.ฟอร์มการเล่นของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าฟอร์มเยี่ยมจาก “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ฝืดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าเจ้าตัวมักจะสร้างโอกาสหน้าประตูให้ตนเองอย่างสม่ำเสมอแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วยังขาดความเฉียบคมในการทำประตูอยู่ โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้โอกาสลากบอลขึ้นไปหน้าตาข่ายได้เกือบทุกนัดที่ลงเล่น เช่นในเกมที่เจอกับ เชลซี, ลิเวอร์พูล, เบิร์นลี่ย์, สโต๊ค ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งถ้าเขาสามารถลั่นสกอร์ได้ทุกครั้งที่หลุดเข้าไป สถานการณ์ของรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด น่าจะดีกว่านี้

2.เกมรับที่ไม่แน่นเหนียว
แนวรับอย่าง เอริก ไบยี่ ประสบปัญหาอาการเจ็บรังควานทำให้ต้องหยุดพักร่างกายนานประมาณ 2 เดือนด้วยกัน อีกทั้งในนัดที่ผ่านมา อันโตนิโอ วาเลนเซีย กองหลังตัวเด่นมีทีท่าว่าอาจจะต้องพักนานอีกรายเพราะเกิดปัญหาอาการแขนหักนั่นเอง อย่างไรก็ตามทั้งสองคนคือกองหลังตัวหลังของทัพ “ปีศาจแดง” แต่ทว่ากลับเสียประตู 2 เกมรวดในนัดที่พบกับ เบิร์นลี่ย์ และ “เรือใบสีฟ้า”

3.มีนักเตะหลายคนที่ฟอร์มตกในเวลาเดียวกัน
ซลาตัน ไม่ใช่แค่นักเตะเพียงคนเดียวของทัพจากการนำของ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมมากประสบการณ์ของทีมเท่านั้นที่ฟอร์มแย่ลง แต่ยังมี เวย์น รูนี่ย์ หัวหน้าทีมของโรงละครแห่งความฝัน ที่ตกต่ำถึงขั้นหลุดจากการเป็นผู้เล่นตัวจริงไปเลย นอกจากนี้ยังมี ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายของทีมที่ออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ทว่าในขณะนี้กลับฟอร์มตกอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ฟอร์มก็ตกเช่นเดียวกันเมื่อเทียบกับซีซั่นที่แล้ว โดย “เดอะสเปเชียลวัน” เผยว่า เฮนริค มคิตาร์ยาน กลับมาแข็งแรงแล้วหลังจากที่มีอาการเจ็บบริเวณต้นขา

4.ความไม่แน่นอนหลายๆ เรื่อง
เส้นทางที่พาทีมประสบความสำเร็จของ มูรินโญ่ ถือว่าโดดเด่นมากๆ เมื่อเทียบกับกุนซือคนอื่นๆ เขาทำให้ต้นสังกัดของตัวเองคว้าแชมป์มาแล้วหลายทีม เช่น “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน, “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด, ปอร์โต้ และ “สิงห์บลูส์” เชลซี แต่เมื่อย้ายมากุมบังเหียนที่นี่กลับมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นหลายเรื่องทัั้งเรื่อง นักเตะและผลการแข่งขัน เป็นต้น

5.เส้นทางที่เหลืออยู่อีก 10 เกมไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมีโปรแกรมใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เหลืออีก 10 เกมรอคอยอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นการลงสนามที่ไม่ง่ายเลย เนื่องจากว่าต้องพบกับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน, สเปอร์ส และ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล นอกจากนี้ยังจะเจอกับทีม เฟเนร์บาห์เช่ และ ซอร์ย่า ในศึก ยูโรปา ลีก นั่นเอง เพิ่มเติม

Leave a Reply